A&W แบรนด์โปรดของใครหลายๆ คน เตรียมปิดตัวลงแล้ว!

A&W

A&W คือ ธุรกิจร้านอาหารจานด่วนที่มีสาขาหลากหลายประเทศทั่วโลก มีจุดเด่นของอาหารคือ เครื่องดื่มรูทเบียร์ (Root Beer) และวาฟเฟิล โดยชื่อเอแอนด์ดับบลิวนั้นมาจากอักษรตัวแรกของชื่อท้ายของ รอย อัลเลน (Roy Allen) และแฟรงค์ ไรท์ (Frank Wright) ซึ่งในปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือของยัม

 

รายละเอียดการปิดตัวลงของ เอแอนด์ดับบลิว

รายงานข่าวแจ้งมาว่า บมจ. โกลบอล คอนซูเมอร์ เจ้าของสิทธิ์ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร A&W ในประเทศไทยได้เตรียมยุติการดำเนินกิจการเอแอนด์ดับบลิว เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาดในประเทศไทย ผ่านร้อนผ่านหนาวจากการที่ห้างสรรพสินค้าปิดให้บริการในบางช่วงเวลา ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ บมจ. โกลบอล คอนซูเมอร์ ได้อยู่ระหว่างนำเสนอเรื่องขอยุติกิจการเอแอนด์ดับบลิว กับคณะกรรมการบริษัท โดยปัจจุบันร้านเอแอนด์ดับบลิว ทั้งหมด 26 สาขา ยังให้บริการตามปกติ และสามารถสั่งผ่านเดลิเวอรีได้ ส่วนธุรกิจเอแอนด์ดับบลิว ในประเทศไทยจะยุติกิจการ หรือมีผู้มาซื้อกิจการเพื่อต่อยอดก็ยังต้องติดตามต่อไป

สำหรับผลประกอบการปี 2564 ของ บมจ. โกลบอล คอนซูเมอร์ นั้นมีรายได้รวม 1,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากปี 2563 โดยเป็นรายได้จากการขายอาหาร และเครื่องดื่ม (เอแอนด์ดับบลิว และ Kitchen Plus) มีรายได้ 86 ล้านบาท ลดลง 27% แต่ร้านเอแอนด์ดับบลิว ขาดทุนในปี 2564 ถึง 70 ล้านบาท

เอแอนด์ดับบลิว ก่อตั้งในปี 2468 ที่สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปี สินค้าแรกที่จำหน่ายคือ รูทเบียร์ ปัจจุบันมีสาขากว่า 1,000 แห่งทั่วโลก ส่วนในไทยเอแอนด์ดับบลิว เปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าวปี 2526 แม้จะมีเครื่องดื่มเอกลักษณ์เป็นตัวชูโรง แต่ในสมรภูมิฟาสต์ฟู้ด 30,000 ล้านบาท เอแอนด์ดับบลิว กลับเป็นแบรนด์รองในตลาดนี้

นอกจากนี้แล้วในส่วนของการวิเคราะห์เปรียบเทียบในงบแสดงฐานะการเงิน ระบุว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ครอบคลุมเวลายาวนานมากว่า 2 ปีแล้วนั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากการปิดห้างสรรพสินค้ารวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งด้วยเหตุดังกล่าวบริษัทจึงมีผลการดำเนินงานขาดทุนมาโดยตลอด ซึ่งทางฝ่ายบริหารเห็นว่าบริษัทไม่สามารถรับผลขาดทุนต่อไปได้อีกแล้ว จึงตัดสินใจนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติหยุดดำเนินกิจการร้านอาหารในส่วนของ เอแอนด์ดับบลิว

และทางฝ่ายบริหารเองก็ได้พิจารณาให้ปิดร้านอาหาร Kitchen Plus ที่บริษัทบริหารเองที่เหลืออยู่ทั้งหมดอีก 2 สาขาในเดือนมกราคม 2565 ด้วย ดังนั้นบริษัทจึงได้ดำเนินการตั้งสำรองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหาร เช่น สินทรัพย์ถาวร ค่าความนิยม สินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่นๆ เช่น เครื่องหมายการค้า เป็นต้น จึงมีผลให้บัญชีเหล่านี้ที่แสดงอยู่ในงบการเงินลดลงไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น บริษัทจะหันมาโฟกัสขยายธุรกิจด้วยการมุ่งเน้นไปที่การผลิตในอุตสาหกรรมอาหารที่มีความชำนาญมากกว่า อีกทั้งยังสามารต่อยอดสนับสนุน และสามารถบริหารทรัพยากรที่มีร่วมกันภายในกลุ่มบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย ซึ่งน่าจะส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

 

A&W

 

ประวัติของการก่อตั้ง A&W ตั้งแต่แรกเริ่ม

Roy Allen คืออีกคนที่คิดค้นสูตรเครื่องดื่ม Root Beer A&W ขึ้นมาจากการใช้สมุนไพร และเบอร์รี่มากมาย โดยเมื่อปี 1919 (พ.ศ.2462) เขาได้ลองนำเครื่องดื่มนั้นไปเสิร์ฟภายในงานพาเหรดทหารที่กลับมาจากศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 และ Root Beer ตัวนั้นกลับกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก จน Roy Allen เริ่มอยากต่อยอดสิ่งนี้

ไม่นานนัก Roy Allen ก็ได้ไปเจอคู่คิดทางธุรกิจอย่าง Frank Wright และเปิดร้านอาหารที่แคลิฟอร์เนีย พร้อมกับตั้งชื่อว่า A&W Root Beer ผ่านการนำชื่อสกุลของทั้งคู่มาผสมผสานกันเมื่อปี 1925 (พ.ศ.2468) แถมยังมีแผนขายแฟรนไชส์ตัวร้านให้กับผู้สนใจด้วยเหมือนกัน

ต่อมาตัวร้านก็ได้รับความสนใจมากขึ้นจนเริ่มมีสาขาในแคลิฟอร์เนียมากขึ้น และปี 1927 (พ.ศ.2470) การข้ามไปอีกฝั่งของสหรัฐอเมริกาก็เกิดขึ้น เพราะ J. Willard Marriott และภรรยาของเขาเล็งเห็นโอกาสที่จะนำ A&W Root Beer ไปเปิดที่ Washington D.C. แถมยังปรับปรุงตัวร้านให้จำหน่ายเมนูอาหารคาวปรุงสุกเพิ่มอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแต่ทางกลุ่ม Marriott ก็ได้เปลี่ยนชื่อร้านจาก A&W Root Beer เป็น Hot Shoppes เพื่อให้เข้ากับเมนูอาหารในร้านมากขึ้น และเมื่อผสาน Root Beer กับเมนูอาหารใหม่ๆ ก็ทำให้ตัวร้าน Hot Shoppes นั้นขยายสาขาไปจำนวนมากทีเดียว จนกระทั่งปี 1957 (พ.ศ.2500) Marriott ก็กระโดดเข้าสู่ธุรกิจโรงแรม และกลายเป็นผู้นำในธุรกิจนี้wx

เมื่อกาลเวลาผ่านไป A&W Root Beer ก็เปลี่ยนชื่ออีกเป็น A&W Restaurant และจำหน่ายอาหารคาวหวาน โดยมี Root Beer สูตรที่หาดื่มที่ไหนไม่ได้เป็นตัวนำและเรียกลูกค้า รวมถึงทางร้านก็มีการขยายสาขาไปทั่วโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่มีสาขาทั้งมาเลเซีย, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นร้านอาหารจากสหรัฐอเมริกาที่เปิดสาขานอกประเทศเป็นรายแรกๆ

ในทางกลับกันมันไม่ได้มีแค่เรื่องดีๆ สำหรับแบรนด์นี้เพราะ A&W Restaurant ต้องฝ่าวิกฤติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจต่างๆ, สงครามต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยนมือของเจ้าของ ที่ก่อนหน้านี้มีทั้ง United Fruit Company และ Yum! Brands เป็นเจ้าของมาก่อน แต่ล่าสุดเหล่าแฟรนไชส์ของร้านก็ช่วยกันซื้อกิจการคืนกลับมาเมื่อปี 2011 (พ.ศ.2554)

ปัจจุบันเอแอนด์ดับบลิวมีสาขาทั่วโลกมากกว่า 1,000 แห่ง แบ่งเป็น 600 แห่งในสหรัฐอเมริกา ส่วนในไทยนั้นตัวเอแอนด์ดับบลิวเข้ามาทำตลาดกว่า 15 ปีแล้ว โดยล่าสุดบมจ.เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านเอแอนด์ดับบลิว ทั้ง 27 สาขาที่เปิดให้บริการในไทย และยังจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง

 

สรุป

ถึงแม้ A&W ในประเทศไทยจะต้องปิดตัวลงอย่างน่าเสียดายเพราะสภาวะเศรษฐกิจ ทว่าในต่างประเทศจะยังเปิดตัวตามปกติต่อไป เชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีผู้ที่สามารถพรีออเดอร์เพื่อนำเข้าเอามาจัดจำหน่ายได้แน่ แต่ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คือการไปสนับสนุนร้านค้าของแบรนด์ก่อนที่จะปิดตัวลง

Leave a Reply

Your email address will not be published.